ตำนานความอร่อยของพิซซ่า กับ cocochaophraya
Share : facebook line twitter messenger

ตำนานความอร่อยของพิซซ่า กับ cocochaophraya

บทความ ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา



สายอาหารอิตาเลียนฟังทางนี้ค่ะ พิซซ่าเตาถ่าน รสชาติถูกใจ คนไทย ย่านท่าพระอาทิตย์ กับร้าน cocochaophraya  ก่อนจะเข้าไปชิมพิซซ่า มาดูกันว่า ความเป็นมาของ พิซซ่า ตั้งแต่อดีตมาถึงปัจจุบัน

 

      เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 79 เมื่อภูเขาไฟวิสุเวียสระเบิดขึ้น เมืองปอมเปอีพังลงทั้งเมือง แกตาโน ฟิโอเรลลี่ ได้ค้นพบเตาฟืนโบราณจำนวนมากมายในซากปรักหักพังของเมือง ที่ถูกลาวาถล่ม ประมาณ ค.ศ. 640 หนึ่งในจำนวนเตาทั้งหมดนั้นพบว่า มีเถ้าถ่านขนมปังติดอยู่ในเตาอยู่ถึง 7 กิโลกรัม ซึ่งเป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าทหารโรมันในช่วงเวลาดังกล่าว ( ก่อนเมืองปอมเปอีจะถูกถล่มด้วยลาวา และ เถ้าภูเขาไฟ ) ต่างกินขนมปังที่อบด้วยเตาฟืนโบราณนี้ ซึ่งสันนิษฐาน ได้ว่าชาวเมือง ในเมืองนาโปลีก็ทานขนมปังที่อบในเตาฟืนโบราณเช่นนี้มาประมาณ 700 ปีแล้ว

 

     ต่อมาในต้น ค.ศ. 1700 ชาวเมืองนาโปลี จึงได้เริ่มประยุกต์ใส่มะเขือเทศ กับ สมุนไพรลงในขนมปัง แล้วนำไปอบในเตาฟืน นี่เองคือจุดเริ่มต้นของมารีนาราพิซซ่า และ ร้านพิซเซอเรีย ร้านแรกในนาโปลี ได้เปิดขายในปี ค.ศ. 1830

 

     ใช้วิธีการอบ พิซซ่า ( pizza ) ในเตาที่ทำจากหินภูเขาไฟ อีกประมาณร้อยปีต่อมา ( นับจาก ค.ศ. 1700 ) และ ชีสเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในอาหาร แต่ชีสดังกล่าวไม่ใช่ชีสปกติธรรมดาทั่วไป เป็นชีสที่ทำจากน้ำนมควายพื้นเมืองที่ชื่อ ฟิออเร่ ดี บัฟฟาล่า  จึงเกิด พิซซ่ามาเกอริต้า ขึ้น โดย ราฟาเอล เอสโปสิโต แห่งเมืองเนเปิล ประมาณปี ค.ศ. 1850 ซึ่งได้ทำ พิซซ่า ( pizza ) ถวายสมเด็จพระราชาธิบดีอุมแบร์โตที่ 1 และสมเด็จพระราชินีมาเกอริต้าได้เสด็จเยือนเมืองเนเปิล โดยใช้สีบนหน้า พิซซ่า ( pizza ) แทนสัญลักษณ์ของธงชาติอิตาลี โดยใช้ใบเบซิลแทนสีเขียวใช้มอสซาเรลล่าชีสแทนสีขาว และมะเขือเทศแทนสีแดง ตั้งชื่อพิซซ่า มาเกอริต้า ซึ่ง พิซซ่า ( pizza ) ดังกล่าวได้กลายเป็นมาตรฐานในปัจจุบัน พิซซ่า ในปัจจุบัน ต่างก็ดัดแปลงหน้ามาจากพิซซ่า 2 ชนิดนี้  คือ มารีนาราพิซซ่า และ มาเกอริต้าพิซซ่า

 

    หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการเริ่มทำกินกันเองภายในของครอบครัวคนอเมริกัน จนได้สูตรแบบอเมริกันที่ทำกินกันเอง  มีการแพร่หลายวิธีการทำ สูตรของคนอเมริกัน

 

     ปีค.ศ. 1960 เกิดเกิดสงครามเวียดนาม ทหารอเมริกันเข้ามาตั้งฐานทัพในเมืองไทย ได้นำเอาวัฒนธรรมการกิน พิซซ่า ( pizza ) เข้ามาด้วย แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย เพราะต้องเข้าไปกินที่โรงแรม หรือ ร้านอาหารอิตาเลียนเท่านั้น ต่อมาประมาณ พ.ศ.  2513 ร้านพิซซ่าฮัท ( pizza hut ) มาเปิดสาขาแรก ทำให้รู้จักกันมาถึงปัจจุบัน

 

Coco Chaophraya

     ตั้งอยู่บนถนนพระอาทิตย์บริเวณป้อมพระสุเมรุ ติดกับสำนักงานเว็บไซต์ Manager ให้บริการทั้งอาหารหวาน อาหารคาว อาหารอิตาเลียน และ เครื่องดื่ม

 

     โลเคชั่นอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา จากจุดนี้สามารถมองไปเห็นวิวสะพานพระราม 8 ได้อย่างสวยงาม มีทั้งโซน in door, out door  ให้ลูกค้าได้เลือกนั่งกัน

 

     Coco Chaophraya เดลิเวอร์รี่ บริเวณใกล้เคียง อาหารอิตาเลียน นั่นคือ พิซซ่า ( pizza ) ไม่ว่าจะเป็นหน้า พิซซ่าซีฟู้ด, พิซซ่าอิตาเลี่ยนซอสเซจ, พิซซ่าพาร์มาแฮม, พิซซ่ามาร์การิต้า, พิซซ่าฮาวายเอี้ยน หรือ จะหน้าแบบไทยๆ ที่นี่เลยที่เดียว กับหน้า พิซซ่าแกงเขียวหวานไก่ พร้อมรสชาติที่รับรองได้ว่าคุณจะต้องถูกปาก และถูกอกถูกใจ

 

     นอกจากนี้ เรายังมีเมนูอาหารอร่อยๆ แบบอื่น ไม่ว่าจะเป็น ผัดไทยกุ้ง, ราดหน้าทะเล, มาม่าทะเลผัดไข่เค็ม หรือจะรับเป็นเมนูเครื่องดื่ม เราก็มีหลากหลายเครื่องดื่มที่เป็น ซิกเนเจอร์ ของที่นี่ ให้คุณได้เลือก พร้อมวิวบรรยากาศติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เราอยากให้คุณได้มาลิ้มลอง จะมากันเป็นแบบคู่รัก, เพื่อน, ประชุมงาน หรือมาแบบครอบครัว เราพร้อมบริการให้คุณเต็มที่ ให้คุณได้ดื่มด่ำไปกับบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา สุดแสนน่าหลงใหล พร้อมเมนูอาหาร ที่เรารับประกันความอร่อย ทุกเมนู อยากทาน พิซซ่า ( Pizza ) อร่อยๆ ราคาหลักร้อย วิวหลักล้าน ต้องที่นี่เท่านั้น Coco Chaophraya คาเฟ่ริมแม่น้ำ

 

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่

SHAKE IN สถานที่ถ่ายรูปสุดชิค ร้านอาหารสุดชิว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ร้านอร่อยบนถนนพระอาทิตย์

Created : 10-09-2020

บทความที่น่าสนใจ

ตัวคนเดียว ก็นั่งทาน COCO CHAOPHRAYA ได้

Coco Chaophraya กับการป้องกันยุคโควิด-19